
ผู้เตะเข้าประตู : 1-0 ปาโบล ซาบาเลต้า น39, 1-1 ฌิบริล ซิสเซ่ Minute48, 1-2 เจมี่ แม็คกี้ น.66, 2-2 เอดิน เซโก้ นาที92, เซร์คิโอ อเกวโร่ นาที94
Field : เอติฮัด สเตเดี้ยม
arbitrator : ไมค์ ดีน
เวลาเตะ : 21.00 Min
ตกทอดสด : ทรูสปอร์ต 1
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
Man City : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, โจลีออน เลสค็อตต์, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, กาแอล กลิชี่, แกเร็ธ แบร์รี่, ซาเมียร์ นาสรี่, ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่, คาร์ลอส เตเบซ, เซร์คิโอ อเกวโร่
ควีนส์ปาร์ค : แพ็ดดี้ เคนนี่, เนดุม โอนูโอฮา, แอนทอน เฟอร์ดินานด์, คลินท์ ฮิลล์, ไต ตาอิโว, เจมี่ แม็คกี้, โจอี้ บาร์ตัน, ฌอน เดอร์รี่, อเดล ทารับต์, บ็อบบี้ ซาโมร่า, ฌิบริล ซิสเซ่
เริ่ม Game เป็นถนนด้านเจ้าบ้านเรือใบสีฟ้า ที่ครองบอลและขึ้นเกมอยู่ฝ่ายเดียวเรียกได้ว่าพับyardอยู่ตลอด 5 Minแรก ส่วนนักฟุตบอลที่โดดเด่นในช่วงแรก คือ ยาย่า ตูเร่ แต่จังหวะและตอนท้ายยังซัดไม่เฉียบคมพอ10 นาที่ผ่าน ยังเป็น แมนซิตี้ ที่เดินเกมส์ถล่มอย่างหนัก ทั้ง เตเบซ, กุน ต่างฉีกออกไปเล่นถนนริมเส้น แต่แผงหลังของ ควีนส์ปาร์ค ยังเหนียวแน่น เจาะยังไม่เข้าเหมือนเดิมMinที่ 15 เป็นถนนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูขึ้นนำ จาก ซิลบา ทำชิ่งหนึ่งสองกับเตเบซ หลุดเข้าไปยิงที่เสาต้นเต็มเท้าซ้ายแต่ เคนนี่ GK ควีนส์ปาร์ค ล้มตัวเซฟไว้ได้ไม่พลาดMinที่ 25 ควีนส์ปาร์ มาลุ้นครั้งแรกจากจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลา หรือเป็น ซิสเซ่ กดด้วยขวาเต็มเท้า แต่บอลยังพุ่งตรงตัว โต ฮาร์ท รับไม่มีพลาด 35 Min่ผ่าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเดิน Game ถล่มเหมือนเดิมแต่จังหวะในท้ายสุดยังไม่เฉียบคม เฉพาะตัวรุกอย่าง กุน และ Tevez ก็หายไปจากเกม ส่วนที่แย่ที่สุดคือ กองกลางประชาชนจำเป็น ยาย่า ตูเร่ เกิดอาการบาดเจ็บ หรือเสียงกองเชียร์ “แมนซิ” ก็ได้เฮกันลั้นground เมื่อ Man City ทำเกมส์ขึ้นบอลถนนฝั่งก่อนตบเข้ากลางให้ ซิลบา และแทงต่อให้ ยาย่า ตูเร่ ในพื้นที่ ก่อนแต่บอลให้ ปาโบล ซาบาเลต้า วิ่งมาซัดแบบอย่างจิ่มๆ เประชาชนนี่ ปัดไม่พ้น บอลชนเสาเข้าประตู แมนซิ 1 ควีนส์ปาร์ค 0เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังครองบอลได้เหนือกว่า แต่กำชับต่อบอลที่ยืนยันขึ้นหวังรักษาผลการแข่งขันที่ได้เปรียบนี้ไว้ หรือก็ไม่พลาดจบครึ่งต้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ ควีนส์ปาร์ค 1 ต่อ 0
เริ่มเกมส์ในครึ่งหลังเพียงนาทีเดียว กุน ได้จังหวะหลุดเดียวเข้าไปตะบันด้วยซ้ายแต่บอลยังพุ่งตรงตัว แพ็ดดี้ เประชาชนนี่ ปัดออกหลังไปได้ แบบหวุดหวิดเมื่อผ่านไปMin 54 สถานการณ์กลับมาเข้าถนน แมนฯ ซิตี เมื่อทีมเยือนต้องเหลือนักฟุตบอล 10 ประชาชน หลังจาก บาร์ตัน ถูกใบแดงจากการเล่นนอกเกมส์ตีศอกใส่ เตเบซ แถมสมัยก่อนมิดฟิลด์นิวคาสเซิลยังไปอัด อกูเอโร ปล่อยท้ายอีกจนเกมส์วุ่นวายพักใหญ่ แต่และตอนท้ายก็เอา บาร์ตัน ออกมาจากcourtyardได้ “แมนซิตี้” ใช้คดีได้เปรียบตัวผู้เล่นทำเกมส์ถล่มเข้าบรรจุต่อ แต่เจาะDefendersของทีมเยือนไม่เข้า กระทั่งMinute 65 คิวพีอาร์ ได้จังหวะโต้กลับเร็ว อาร์ดูด์ ตราโอเร ตัวสำรอง กระชากขึ้นมาทางซ้าย ก่อนเปิดบอลเข้าเขตโทษเลยไปถนนเสาไกล เจมี แม็คกี โหม่งบอลกระดอนผ่านมือ ฮาร์ท เข้าไป แมนฯ ซิตี ตามหลัง 1-2 เหตุการณ์ลุ้นแชมป์ตกเป็นของ แมนยูฯ ที่ยังนำ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 มาตั้งแต่ครึ่งแรกมันชินี ต้องแก้ Game ส่ง เอดิน เชโก ลงมาเติมเกมรุกในน. 69 อีก 4 Minuteถัดมา Carlos Tevez โขกบอลจากลูกเตะช่องให้ เผู้คนนี ต้องปัดออกหลัง ต่อมาน. 79 จากจังหวะชุลมุน อกูเอโร ได้ตวัดซัดจ่อๆระยะเพียง 6 หลา แต่ถูก เคนนี คว้าบอลจากบนเส้นได้ ก่อนที่ มาริโอ บาโลเตลลี จะถูกส่งดวลเดือดมาอีกประชาชนเป็นโป๊กเกอร์ตายใบตอนจบ สมัยที่เหลือ แมนฯ ซิตี หมั่นเพียรพยายามทำเกมบุกอย่างหนักพร้อมกับเรื่องกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ Game เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีก 5 Minute เชโก มาขวิดประตูจากลูกเตะมุมให้เจ้าถิ่นตามตีบ่อยจนได้ 2-2 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นมุ่งหน้าต่อ กระทั่ง อกูเอโร หลุดเข้าไปยิงผ่านมือ เคนนี เป็นประตูชัยให้ แมนฯ ซิตี เอาชนะไป 3-2 คว้าแชมป์ลีกเขตผู้ดีช่วงเวลาแรกนับแต่ปี 1968 ได้สำเร็จ โดยประตูได้-เสียดีกว่า ผีแดง คลับอยู่คู่อริที่เชือดชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ด้าน คิวพีอาร์ ถึงแพ้แต่อยู่รอดบนเวทีลีกสูงสุดต่อไป หลังจาก โบลตัน วันเดอเรอร์ส ทำได้เพียงถล่มเสมอๆ สโต๊ค ซิตี 2-2 โดย “เดอะทรอตเตอร์” ตาม แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส หรือ วูล์ฟแฮมป์ตัน หล่นลงไปเล่นในเดอะ แชมเปียนชิปในขณะที่การลุ้นจบท้อปโฟร์ ปืนใหญ่ หรือ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ คว้าที่ 3 หรือ 4 ตามลำดับ หลังจากทั้งสองสโมสรต่างเฉือนหวิวชนะได้ โดย Arsenal บุกเฉือน เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 3-2 และ สเปอร์ส อัด ฟูแลม 2-2 ส่วน Newcastle บุกแพ้ต่อ ท็อฟฟี่ 1-3 จบที่ 5 ของกำหนดการ